ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเป็นลีกที่มีการแข่งขันกันสูงมากในทุกฤดูกาล ซึ่งในช่วงปิดฤดูกาล แต่ละทีมก็พยายามซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม และเพื่อให้ทีมสามารถทำอันดับได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งก็มีทั้งทีมที่ต้องการเป็นแชมป์ หรือต้องการอยู่ในพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรป และเพื่อการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อๆ ไป ซึ่งอันที่จริงทีมน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกแต่ละปี ก็ควรที่จะต้องเป็นทีมที่เสริมนักเตะเข้ามาสู่ทีมในจำนวนมากๆ เพื่อยกระดับให้ทีมมีความแข็งแกร่งให้ทันกับทีมที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว และให้ดีกว่าทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดต่อไป

ซัมเมอร์นี้ก็เป็นเหมือนเช่นปีก่อนๆ ที่บรรดาน้องใหม่ต่างจับจ่ายใช้สอยนักเตะเข้าสู่ทีมหลายราย และสามารถยกระดับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะวูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่ซื้อนักเตะได้น่าสนใจในระดับหนึ่ง และพวกเขายังมีทีมจากฤดูกาลที่แล้วที่ดีอยู่แล้วด้วย ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่งเลยทีเดียว และน้องใหม่อีกทีมคือฟูแล่ม ทีมในเมืองหลวงของอังกฤษ ที่ซื้อนักเตะได้แบบเข้าตากรรมการมาก ไม่ว่าจะเป็นฌ็อง มิเชล เซรี กองกลางที่เป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่ รวมถึงอังเดร ชัวร์เล่ กองหน้าชาวเยอรมันด้วย ซึ่งสามารถทำให้ทีมดูดีขึ้นในทันตา แต่กลับมีทีมน้องใหม่ทีมหนึ่งที่ค่อนข้างสวนกระแสในซัมเมอร์นี้ คือไม่ได้มีการเสริมทีมนัก และทำให้พวกเขายังคงเป็นเต็งจ๋าที่จะต้องตกชั้นในฤดูกาลนี้ นั่นก็คือคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศเวลสส์นั่นเอง

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ในยุคนี้มีนีล วอร์น็อค กุนซือจอมเก๋าวัย 69 ปีเป็นผู้จัดการทีมที่สามารถพาทีมได้รองแชมป์แชมเปี้ยนชิปฤดูกาลที่แล้วได้ แต่ในซัมเมอร์นี้พวกเขาซื้อนักเตะมาเพียง 4 รายเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะใช้เงินไปประมาณ 27 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่หากดูจากชื่อชั้นนักเตะที่ซื้อเข้ามาแล้ว บอกได้เลยว่าเป็นรองทีมอื่นๆ อย่างแน่นอน โดยพวกเขาไปซื้อตัวนักเตะจากแชมเปี้ยนชิปมาร่วมทีม ทั้งจอช เมอร์ฟี่ย์ จากนอริช ซิตี้ บ็อบบี้ รีด จากบริสตอล ซิตี้ เกร็ก คันนิ่งแฮม จากเปรสตัน นอร์ธ เอนด์ และอเล็ก สมิธตี้ส์ จากควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งแทบไม่ได้ยกระดับทีมให้ดูดีเท่าทีมอื่นได้เลย รวมถึงนักเตะเก่าในทีมก็แทบไม่เคยมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเลย และถูกมองว่าพวกเขาจองโควต้าตกชั้นไว้แล้ว 1 ที่

Comments are closed.