บทความฟุตบอลพรีเมียร์ลีกโดย scr888

ศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเต็มไปด้วยนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์หลากหลายประเทศมารวมตัวกัน และยังเป็นลีกที่ไม่มีการพักเบรคหนีหนาวในช่วงหลังคริสมาสต์ แต่กลับเตะกันมากขึ้นด้วยซ้ำในช่วงปลายปีจนถึงต้นปี ซึ่งบรรดาผู้จัดการทีมก็ต่างออกความเห็นว่ามีควรมีช่วงพักเบรคหนีหนาวบ้าง และทางพรีเมียร์ลีกก็เริ่มมีแนวคิดที่จะพักเบรคหนีหนาวประมาณ 2 สัปดาห์ โดยจะเริ่มใช้ในเร็วๆ นี้ด้วย แต่สิ่งที่พรีเมียร์ลีกต่างจาก 5 ลีกใหญ่อีกอย่างหนึ่งก็คือทีมจากพรีเมียร์ลีกมีการใช้กุนซือต่างชาติมาคุมทีมมากที่สุดในบรรดา 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ทั้งบุนเดสลีก้า ลา ลีก้า กัลโช่ เซเรีย อา และลีก เอิง ซึ่งแต่ละลีกที่กล่าวมานั้นใช้กุนซือภายในประเทศคุมทีมเกินครึ่งทั้งนั้น โดยเฉพาะอิตาลีที่ชาตินิยมสุดๆ เนื่องจากมีทางอุดิเนเซ่คนเดียวเท่านั้นที่ใช้กุนซือเป็นชาวต่างชาติ แต่พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ กลับมีกุนซือที่เป็นสัญชาติอังกฤษเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น

เอ็ดดี้ ฮาวของบอร์นมัธ ชอน ไดซ์ของเบิร์นลี่ย์ นีล วอร์น็อคของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และรอย ฮ็อดสันของคริสตัล พาเลซ เป็นเพียง 4 คนเท่านั้นที่เป็นกุนซือในพรีเมียร์ลีกที่มีสัญชาติอังกฤษ นอกนั้นเป็นกุนซือต่างชาติทั้งหมด โดยอาจจะมีบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างมาร์ค ฮิวจ์ที่เป็นชาวเวลส์ของเซาต์แธมตัน และคริส ฮิวจ์ตันของไบรท์ตันด้วย แต่นอกนั้นถือว่าเป็นลีกที่มีกุนซือรวมฮิตจากหลายสัญชาติมากๆ โดยมีผู้จัดการทีมชาวสเปนอยู่ถึง 4 คนเท่ากับชาติเจ้าของลีกด้วยซ้ำ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่อังกฤษเป็นชาติที่ไม่มีกุนซือระดับโลกเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งหากดูจากสถิติจะพบว่ากุนซือชาวอังกฤษที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้คนสุดท้ายก็คือฮาเวิร์ด วิลกินสัน ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษที่พาลีดส์ ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในฤดูกาล 1991-1992 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายก่อนที่ลีกสูงสุดจะเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกจนถึงปัจจุบันนี้ และหลังจากนั้นมาก็เป็นยุคของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน กุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เป็นชาวสก็อตแลนด์ ที่พาทีม “ปีศาจแดง” เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 13 สมัย ก่อนจะวางมือไปเมื่อฤดูกาล 2012-2013 ต่อด้วยอาร์เซน เวนเกอร์ที่เป็นชาวฝรั่งเศส ที่พาอาร์เซน่อลคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย และโชเซ่ มูรินโญ่ที่เป็นชาวโปรตุเกส ที่พาเชลซีคว้าแชมป์ได้ 3 สมัยเช่นกันใน 2 ยุคที่เขาคุมทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” และไม่มีกุนซือชาวอังกฤษคนไหนที่ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งในยุคนั้นเลยด้วย

Comments are closed.