ทีม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นทีมระดับกลางของพรรีเมียร์ลีกมาโดยตลอดในระยะหลัง แต่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมในเมืองหลวงของประเทศอังกฤษได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย โดยเหมือนเป็นการอัพเกรดทีมให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ โดยไล่ตั้งแต่การเปลี่ยนกุนซือจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วใช้เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตแลนด์ แล้วผลงานของทีมก็ไม่ได้ดีมากนัก ทำให้พวกเขาลงทุนไปจ้างมานูเอล เปเญกรินี่ กุนซือจอมเก๋าชาวชิลีเข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งก่อนหน้านี้เขาหันไปคุมทีมในประเทศจีนอยู่พักหนึ่ง ซึ่งกุนซือรายนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว โดยเขาสามารถพาทีม “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วในฤดูกาล 2013-2014 รวมถึงแชมป์ลีก คัพอีก 2 สมัยด้วย นอกจากนั้นบอร์ดบริหารของสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่นำโดยเดวิด โกลด์ และเดวิด ซุลลิแวน ก็ได้ทุ่มงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านปอนด์ ให้อดีตกุนซือเรอัล มาดริด และบีญาร์เรอัลรายนี้จับจ่ายนักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมาด้วย

ซึ่งเวสต์แฮมก็ได้เสริมนักเตะเข้ามาหลายคนเลยทีเดียว โดยที่น่าสนใจก็คือนักเตะในตำแหน่งตัวรุกที่พวกเขาไปคว้าตัวเฟลิเป้ อันแดร์สัน ปีกชาวบราซิเลี่ยนมาจากลาซิโอได้สำเร็จ ซึ่งค่าตัวกว่า 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้เคยตกเป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปด้วย โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยมีข่าวอยากได้นักเตะรายนี้มาครอบครองเมื่อ 2-3 ปีก่อน แต่ก็เป็นทีม “ขุนค้อน” ที่คว้าตัวมาร่วมทีมได้สำเร็จ และอีกคนที่น่าสนใจก็คืออังเดรย์ ยาโมเลนโก้ ปีกทีมชาติยูเครนจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์นั่นเอง ซึ่งงถึงแม้ว่าเขาจะไปล้มเหลวกับทีมดังในเมืองเบียร์มาก็ตาม แต่ผลงานก่อนหน้านี้กับดินาโม เคียฟ และกับทีมชาติถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ทำให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถูกมองว่าจะเป็นทีมที่มีเกมรุกที่อันตรายเป็นอย่างมากในฤดูกาลนี้

แต่กว่าที่ทีมของพวกเขาจะลงตัวก็ต้องรอผ่านมาเกือบถึงครึ่งฤดูกาลเลยทีเดียว เนื่องจากช่วงต้นฤดูกาลผลงานของทีมก็ย่ำแย่มาก และก็ยังไม่เจอระบบการเล่นที่ลงตัวด้วย จนกระทั่งมาค้นพบระบบการเล่นกองหน้าคู่ ซึ่งทำให้เกมรุกของพวกเขาดีขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขาเริ่มเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกลับมาของฮาเวียร์ เอร์นานเดส หรือชิชาริโต้ กองหน้าทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ที่หายไปของทีมในช่วงที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

Comments are closed.